Untitled Document
โห่ฮิ้ว.คอม


 
 
 

 เดินป่า (2)
 

เส้นทางศึกษาธรรมชาติ น้ำตกห้วยน้ำเย็น อุทยานแห่งชาติ ปางสีดา จ.สระแก้ว

 
            สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งใน “ เพื่อนพ้องจากพงไพร ” คราวที่แล้วเราว่ากันถึงเรื่องอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตอยู่ในป่า คราวนี้เรามาว่ากันต่อถึงเรื่องการ กิน อยู่ หลับ นอน บ้างว่าจะต้องทำอย่างไร เมื่อเวลาเดินป่านานๆ เป็นชั่วโมง ร่างกายจะรู้สึกกระหายน้ำอย่างยิ่ง เพราะเวลาเดินจะต้องเจอกับอุปสรรคหลายๆ อย่าง ทั้งขึ้นเขา ลงเขา ปีนป่าย ตัดฟันต้นไม้ที่ล้มขวางทาง ไหนจะสัมภาระที่แบกไว้บนบ่าอีก เคล็ดลับง่ายๆ ก็คือ ระหว่างเราเดินอยู่นั้น หาก้อนหินก้อนเล็กๆ สัก 2-3 ก้อน อมไว้ในปากด้วย ต่อมน้ำลายจะขับน้ำออกมา ช่วยให้เราไม่กระหายน้ำมากจนเกินไปนัก แต่ทางที่ดีติดขวดน้ำไว้คนละขวดด้วยจะดีกว่านะครับ มันไม่เกะกะมากนักหรอก ระหว่างเดินถ้ากระหายก็ยกขึ้นมาจิบทีละนิด เอาแต่พอดับกระหาย อย่ากระดกซะเยอะจะทำให้ยิ่งจุกท้องได้  
     
            เรื่องของการกินน้ำในป่านี่ไม่ยากครับ ยิ่งน้ำในลำธารด้วยแล้ว ใสสะอาดเย็นสดชื่นด้วย ไม่ต้องกลัวเรื่องโรคมาลาเรีย หรืออะไรที่มากับน้ำ แต่สิ่งสำคัญคือเวลาจะกินน้ำในลำธาร ก็ควรเลือกเอาบริเวณที่น้ำไหล อย่ากินน้ำในแอ่งน้ำขังนิ่งๆ ตามหลุม เพราะน้ำในนั้นรับรองได้เลยครับว่ามีเชื้อโรคปนอยู่แน่นอน ไม่ควรเสี่ยง แต่ถ้าเราไปเดินป่าช่วงหน้าแล้ง น้ำในลำธารแห้งหมด ไม่รู้จะหาน้ำกินอย่างไรดี ใช้วิธีนี้เลยครับ ขุดหลุมทรายกลางลำห้วยนั่นแหละครับ ขุดให้ลึกประมาณ 1 ศอกทิ้งไว้สักพัก ส่วนใหญ่จะมีน้ำไหลซึมออกมาให้เราใช้กินกันได้ หรือถ้าเจอลำธารที่มีน้ำตื้นๆ และขุ่นสกปรกใช้วิธีขุดหลุมข้างๆ ลำธารเอา น้ำจะซึมเข้ามาในหลุมใสสะอาดใช้ดื่มได้เช่นเดียวกัน วิธีเหล่านี้ผมจำมาจากช้างป่าครับ เมื่อเวลาซุ่มถ่ายรูปในบังไพร ผมก็สังเกตและสงสัยอยู่ว่าช้างทำอะไรกัน ทำไมชอบขุดหลุมเล็กๆ ไว้เมื่อเข้าไปดู ก็เห็นว่าหลุมที่ช้างขุดมีน้ำใสสะอาดซึมออกมา และน่าใช้กว่าในลำห้วยเยอะ สัตว์ป่านี่ฉลาดนะครับ รู้จักหาวิธีเอาตัวรอดเมื่อถึงเวลาลำบาก วิธีที่ผมแนะนำให้ก็ได้มาจากสัตว์ป่านี่แหละครับ พวกเขาสอนให้ผมรู้ว่า หากอยากจะมีชีวิตรอด ก็จงลงมือทำโดยใช้ปัญญาแก้ปัญหา แต่สำหรับคนบางประเภท ดูเหมือนว่าลมปากจะใช้ได้ดีกว่าการใช้ปัญญา ก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าเพราะอะไร  

 น้ำในลำธารกลางป่าใสสะอาดกว่าน้ำดื่มบางยี่ห้อที่มีสารครอลีนเสียอีก
 
           ว่ากันต่อถึงเรื่องถึงเรื่องที่หลับที่นอนบ้างดีกว่า เพราะการนอนหลับสบายๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน บางคนอาจคิดว่าเสียเวลาเปล่าๆ มาเดินป่าแล้วก็มานอนในเต็นท์หรือนอนบนเปล มันก็แค่เปลี่ยนที่นอนเท่านั้นเอง ถ้าคิดได้แค่นี้ขอแนะนำว่านอนอยู่บ้านเฉยๆ ดีกว่าครับ การเลือกที่ผูกเปลหรือกางเต็นท์นั้นควรจะดูทิศทางลมให้ดี ว่าเป็นที่โปร่งโล่งพอให้มีลมผ่านไหม และไม่ควรอยู่ใกล้น้ำมากจนเกินไปนัก สาเหตุก็เพราะว่าเวลากลางคืนในป่าจะมืดมากๆ บางครั้งเวลาเดินไปทำธุระส่วนตัว อาจเกิดอุบัติเหตุตกน้ำตกท่ากันได้ ควรปลอดภัยไว้ก่อน
 
 


เปลสองชั้นเหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีที่นอนจำกัดดังเช่นในภาพ

 
             ส่วนการเลือกที่กางเต็นท์นั้น ควรสำรวจดูว่าที่พื้นมีตอไม้อยู่ไหม ถ้าเจอก็ใช้มีดตัดฟันให้เตียนซะ และควรจะเป็นพื้นที่ไม่ลาดเอียง หรือมีก้อนหินเยอะๆ สำรวจให้ดีด้วยนะครับ ว่ามีรังมดรังแมลงอะไรไหม ถ้ากางทับลงไปกลางคืนคงนอนกันไม่เป็นสุขแน่ ส่วนการผูกเปลสนามนั้นก็ต้องเลือกผูกกับต้นไม้ที่แข็งแรง ลำต้นใหญ่ขนาดประมาณต้นขาขึ้นไป เพื่อความแข็งแรงและมั่นคง เวลาผูกเชือกทั้งสองข้างก็ดึงเชือกให้ตึงมากๆ มัดกับต้นไม้ให้แน่นหนา การผูกเชือกเปลควรใช้เงื่อนกระตุกดีกว่าครับ เมื่อเวลาเปลี่ยนที่นอนจะได้ปลดเชือกได้ง่าย ไม่ต้องงัดแงะกันให้วุ่นวาย ดีกว่าการผูกด้วยเงื่อนตายเสียอีก ที่บอกไว้ว่าเวลาผูกเชือกเปลควรขึงให้ตึง ก็เพราะว่าเวลานอนน้ำหนักตัวเราจะทิ้งลงมาที่เปลทั้งหมด ถ้าเราขึงเชือกให้ตึงพอนอนเปลจะหย่อนน้อย แต่ถ้าขึงเชือกไม่ตึงมากพอจะทำให้เปลหย่อน นอนตื่นเช้ามาอาจเกิดอาการปวดหลังได้นะครับ ก็แหม! เดินป่ามาทั้งวัน เวลานอนก็ควรหาที่นอนให้สบายๆ จะได้หลับให้เต็มตื่นกันหน่อย ไม่ว่านอนที่ไหนในป่าหรือห้องอาคารสุดหรู ความหมายก็เหมือนๆ กันคือการพักผ่อนมิใช่หรือครับ...  

ไฟกับมนุษย์เป็นสิ่งที่อยู่ด้วยกันมายาวนาน เมื่อมีกองไฟสักกองในป่า
จะทำให้เรารู้สึกปลอดภัย

          สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดก็เป็นเรื่องการก่อกองไฟ บางคนมองดูแล้วอาจคิดว่าไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าไม่คุ้นเคยละก็เรื่องใหญ่อยู่เหมือนกันนะครับ เวลาก่อกองไฟเดี๋ยวนี้ผมเลิกใช้วิธีขุดหลุมไปแล้ว เพราะบางแห่งพื้นที่มันไม่อำนวยเอาเสียเลย วิธีที่ผมใช้มีดังนี้ครับ ขั้นแรกจะหาใบไม้แห้งๆ นำมาวางสุมกองเล็กๆไว้ก่อน เช่นใบไผ ่เพราะติดไฟได้ดี พอจุดใบไม้ติดก็ใช้กิ่งไม้แห้งเล็กๆ ค่อยๆ วางไปเรื่อยๆ จากนั้นค่อยเป็นฟืนท่อนเล็ก เมื่อฟืนเล็กติดไฟดีแล้วจากนั้นค่อยถึงคิวท่อนใหญ่ทีหลัง มีวิธีง่ายๆ หากไม่คุ้นเคยกับการก่อกองไฟในป่าก็ใช้นี่เลยครับ เทียน ติดเทียนไปด้วยสัก 4-5 เล่ม ตัดเป็นท่อนเล็กๆ จุดวางไว้ใต้ใบไม้แห้งๆ แล้ววางฟืนไว้ข้างบน ไม่นานเท่าไหร่นักไฟก็ติดเนื้อไม้ แต่วิธีใช้เทียนนี้ ผมจะนำไปใช้ช่วงหน้าฝนเสียมากกว่า เพราะฟืนค่อนข้างเปียกชื้น เวลาก่อไฟแต่ละทีนานอยู่เหมือนกันครับ ถ้าฟืนเปียกก็ใช้วิธีเอามีดถากเอาส่วนเปียกๆ ออกไปก่อน แล้วค่อยสับฟืนเป็นชิ้นเล็กๆ วิธีนี้จะทำให้ไฟติดได้ง่ายขึ้นหน่อย แต่ข้อเสียของฟืนชื้นๆ ก็คือควันครับ ควันจะเยอะมาก แต่ก็ไม่เป็นไรครับ อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีกองไฟไว้ใช้แก้หนาว กับหุงหาอาหารนะครับ
 
            “ ผู้รู้ ” บางคนเคยถามผมว่า รู้ไหมเวลาก่อกองไฟต้องห่างจากต้นไม้เท่าไหร่ และขุดหลุมกว้างลึกเท่าไหร่ ผมยิ้มส่ายหัวและถามกลับไปว่า แล้วคุณรู้ไหมว่าเวลาขับรถเข้าป่าเป็นคาราวาน 4WD แบบของคุณมีผลกระทบกับต้นไม้อย่างไรบ้าง เขาหงุดหงิดหัวเสียกับคำถามของผม จะว่าไปไอเสียกับมลพิษที่เกิดขึ้นมีผลกระทบมากแค่ไหนกับต้นไม้ในป่า นอกจากควันแล้วเสียงกระหึ่มของเครื่องยนต์ที่ดังก้องไปทั่วป่านั้นทำให้สัตว์ป่าตื่นตกใจ แล้วไม่ใช่ว่ามาแค่คันเดียวเล่นมากันทีเป็นสิบ ก่อนจากไปเขาบอกกับผมด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่าที่พวกเขามากันเนี่ยเขามา “ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ” แหม! ฟังแล้วช่างเป็นประโยคที่ดูดีจริงๆ สิ่งที่ผมพอจะแนะนำให้กับทุกท่านได้จากประสบการณ์อันเล็กน้อย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงจะพอเป็นประโยชน์ได้บ้างนะครับ อยากจะให้ทุกคนได้ลองสัมผัสถึงธรรมชาติของบ้านเราจริงๆ แบบว่าเดินกันลุยๆ หน่อย “ ค่ำไหนนอนนั่น ” เพราะธรรมชาติบ้านเราสวยงามมากๆ เลยครับ หากคุณได้ลองและสัมผัสถึงก็จะรู้ว่าโลกของธรรมชาติมันยิ่งใหญ่แค่ไหน เราก็เป็นเพียงแค่สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ชนิดหนึ่งเท่านั้น จุดหมายของการเดินทางคือถึงจุดสิ้นสุด แต่สิ่งที่มีคุณค่าและมีความหมายคือสิ่งที่หาได้จากสองข้างทางที่เราผ่านไป... พบกันคราวหน้าครับ สวัสดีครับ.   
 
สิทธิชัย ธรรมลักขณา เรื่อง/ภาพ