ภูเขา ดอยสูง » ภูกระดึง ไปถึงแล้วไม่อยากกลับ

ภูกระดึง ไปถึงแล้วไม่อยากกลับ

1513   0

วิวบริเวณหลังแป บนภูกระดึง
ภูกระดึง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 1 ของไทยเรามานาน เพราะความสวยงามของสถานที่ และการเดินทางที่จะต้องอาศัยความทรหดอดทนพอสมควร ผมเองเคยขึ้นภูกระดึงมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อนานมากแล้ว ตอนนั้นกล้องดิจิตอลยังไม่เกิด ใช้กล้องฟิล์มถ่ายได้รูปมาน้อย เมื่อมีคนชวนไปขึ้นภูกระดึงอีกครั้ง ก็รีบตกปากรับคำไปด้วยทันที ทั้งที่สังขารไม่ค่อยอำนวยนัก และไม่ได้เตรียมพร้อมร่างกายด้วยการออกกำลังกายก่อนเหมือนคราวโน้น ก่อนขึ้นจึงลุ้นพอสมควร ว่าจะไหวหรือไม่ไหวอย่างไร

ลูกหาบที่ภูกระดึง
สัมภาระทั้งหลายเอามาชั่งน้ำหนักและจ้างลูกหาบแบกขึ้นไปให้ แต่ถ้าของไม่เยอะนัก จะแบกขึ้นไปเองก็ตามสะดวกครับ

การเดินทางไปภูกระดึง ที่สะดวกก็น่าจะเป็นรถทัวร์ นั่งไปลงที่ผานกเค้า ร้านเจ๊กิม เดินยืดเส้นยืดสาย กินข้าวเช้า แล้วนั่งรถสองแถวต่อไปที่ทำการ ของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ระยะทางประมาณ 10 กม. แต่ผมไปครั้งนี้นั่งรถตู้ไป ซึ่งสะดวกเรื่องเวลาและไม่ต้องต่อรถอีก แต่ข้อเสียคือนอนไม่ค่อยหลับ เพราะรถตู้กระเทือนมาก แน่นอนว่าจะส่งผลเสียต่อการเดินขึ้นภูไม่มากก็น้อยละครับ

 

ทางขึ้นภูกระดึง
ทางขึ้นเภูกระดึง อยู่ติดกับที่ชั่งน้ำหนักสัมภาระ

ไปถึงที่ทำการฯ ราว 4.30 น. เขาจะเปิดให้ขึ้นภูเวลา 7.00 น. ระหว่างนั้นก็ไปเดินดูของที่ระลึก หาอาหารกินได้ที่ร้านค้าซึ่งอยู่ในบริเวณที่ทำการฯ พอเจ้าหน้าที่เริ่มทำงานก็ไปติดต่อเรื่องที่พัก ซื้อบัตรผ่าน และติดต่อเรื่องจ้างหาบสัมภาระให้เรียบร้อย 7 โมงเราก็เริ่มเดินขึ้นภูกันครับ

ก่อนขึ้นภูกระดึง

ลงทะเบียนก่อนขึ้นภู ว่าชื่ออะไร มากันกี่คน ตอนกลับก็มาลงชื่อออกด้วยตรงนี้ที่เดิม

ทางขึ้นภูกระดึง

เริ่มต้นกันที่ กม. 0 หลังจากนี้เวลาเจอป้ายแต่ละซำ แต่ละ กม. จะรู้สึกดีใจมาก

ระยะทางขึ้นภูกระดึง

ป้ายบอกระยะทางของจุดต่างๆ ทางขึ้นเขาจะเริ่มตั้งแต่ กม. 0 ไปจนถึง หลังแป รวม 5 กิโลฯ ครึ่ง หลังจากนั้นจะเดินทางราบอีก 3 กิโลฯ กว่าๆ เพื่อไปถึงที่พัก รวมระยะทาง 9 กิโลฯ ช่วงที่ค่อนข้างชันก็เป็นช่วงแรก และช่วงก่อนถึงหลังแป ซึ่งจะชันมากจนต้องมีการสร้างบันไดช่วยหลายจุดทีเดียว

เส้นทางขึ้นภูกระดึง

ทางเดินส่วนใหญ่จะเป็นดินแบบในภาพละครับ ถ้าเป็นหน้าฝนคงไม่ต้องบอกว่าลำบากกว่านี้ขนาดไหน

ซำแฮก ภูกระดึง

กว่าจะถึงซำแฮกก็เหนื่อยพอดู คนที่ออกกำลังกายบ่อยๆ ได้เปรียบมาก ส่วนเรื่องอากาศจะเย็นตลอดทั้งวัน แต่ตอนที่เดินอาจไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่ ถ้าหยุดนั่งนานๆ ละก็ต้องหยิบเสื้อกันหนาวมาสวมใหม่

บริเวณซำแฮก

ที่ซำแฮกและซำอื่นๆ จะมีร้านค้าขายข้าว ก๋วยเตี๋ยว ขนม ไอติม น้ำแข็งไส ผลไม้ ฯลฯ

วิวระหว่างทางขึ้นภูกระดึง

วิวสวยๆ ระหว่างเดินขึ้นภูมีให้เห็นเป็นระยะๆ เพราะฉะนั้นจึงควรถือกล้องติดตัวไปด้วย จะได้ไม่พลาดภาพสวยๆ

ดอกไม้ ต้นไม้ ทางขึ้นภูกระดึง

ดอกไม้สวยๆ ต้นไม้แปลกๆ ก็เยอะ เอาแค่ริมทางเดินก็เยอะพอสมควรแล้ว ไม่ต้องออกนอกเส้นทางนะครับ เดี๋ยวจะอันตราย

ทางขึ้นภูกระดึงส่วนที่ลาดชัน

เส้นทางบางช่วงชันมาก ต้องระมัดระวังกันสักนิด บางช่วงจะมีทางเดินขึ้นหลายทาง แล้วแต่จะเลือก สิ่งที่สำคัญคือรองเท้า ที่พื้นจะต้องไม่ลื่น ถ้าเป็นหน้าฝนก็ต้องผ้าใบกันทากสถานเดียว แต่หลังปีใหม่ไม่มีฝนไม่มีทากแล้ว อาจใส่รองเท้าแตะแบบรัดส้นก็ได้ ไม่ต้องกลัวโดนรองเท้ากัด อย่าลืมเลือกพื้นแบบกันลื่นด้วยนะครับ

ทางขึ้นภูกระดึงส่วนที่ลาดชัน

ขึ้นเขากันจนเหนื่อย เห็นบันไดทีแทบจะร้องจ๊าก ถ้ามีทางขึ้นเป็นบันไดกับทางดินให้เลือก หลายคนยอมเดินทางดินดีกว่า เพราะขึ้นบันไดนั้นน่องทำงานหนักเหลือเกิน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำมาว่า เวลาขึ้นบันไดให้ถอยหลังขึ้น จะช่วยให้น่องไม่ต้องรับน้ำหนักมาก ซึ่งผมพิสูจน์มาแล้วด้วยตัวเองว่าได้ผลดีทีเดียว

ต้นสนสองใบบนภูกระดึง

เมื่อใกล้ถึงหลังแป เงยหน้าเห็นยอดสนลิบๆ ใจชื้นมาเป็นกระบุง เพราะนั่นหมายความว่าจะถึงยอดภูแล้ว และเมื่อถึงหลังแป ต้นสนสองใบก็ยืนรอต้อนรับผู้พิชิตภูกระดึงอยู่เป็นทิวแถว ผมเดินถึงหลังแปประมาณเที่ยงครึ่ง ใช้เวลา 5 ชั่วโมงครึ่ง ใครที่กำลังขาดีๆ ถึงเร็วกว่านี้แน่นอน

วิวบริเวณหลังแป บนภูกระดึง

ยืนชมวิวพักเหนื่อยกันสักหน่อย จากนั้นก็ไปถ่ายรูปคู่กับป้าย “ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิตภูกระดึง” แล้วค่อยเดินทางต่อไปยังที่พักฯ กันครับ

ต้นสนบนภูกระดึง

บนภูกระดึงจะเป็นพื้นราบเรียบโดยตลอด สองข้างทางเดินเป็นต้นเฟินกับต้นสนสองใบเสียเป็นส่วนมาก นักท่องเที่ยวหลายคนชี้ให้ดูต้นสนยืนตายที่เห็นอยู่ไกลๆ ว่าเหมือนนกกระยางมาก

ต้นเมเปิลบนภูกระดึง

รอบๆ บริเวณที่พักมีการปลูกต้นไม้สำคัญๆ เพิ่ม อย่างต้นสนสามพันปี ต้นเมเปิล

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบนภูกระดึง

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มาติดต่อเรื่องที่พัก เช่นเต็นท์ ผ้านวม ฯลฯ ได้ที่นี่

ลานกางเต็นท์บนภูกระดึง

บริเวณลานกางเต็นท์ ช่วงกลางเดือนมกราคมนักท่องเที่ยวไม่ค่อยเยอะ แต่ถ้าตรงกับวันหยุดติดต่อ 3 วันขึ้นไปละก็แทบไม่เหลือที่ว่างเลยทีเดียว

ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาหมากดูก ภูกระดึง

มาคราวนี้ผมได้พักที่บ้านพักเทียนน้ำหลังนี้ครับ มี 5 ห้อง ได้ห้องที่ 4 นอนเรียงกัน 6 คน มีที่นอนกับผ้านวมให้เรียบร้อย ถ้าไม่พอก็ไปเช่าเพิ่มได้ บ้านเทียนน้ำไม่มีห้องน้ำในตัวนะครับ ต้องใช้ห้องน้ำรวม แต่ก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร เพราะห้องน้ำเยอะพอสมควร แบ่งเป็นชายหญิงเรียบร้อย ไม่ปะปนกันครับ ส่วนบ้านพักอื่นๆ ก็มีอีกเยอะ ราคาไม่แพง หรือถ้ามากันหลายคนแล้วเช่าบ้านพักไม่ทัน มีเต็นท์หลังใหญ่บริการด้วยครับ ยกพื้นสูง น่าจะนอนสบายเหมือนกัน

ผาหมากดูก ภูกระดึง

ถึงที่พักแล้วก็พักผ่อนกันตามอัธยาศัย เย็นๆ เรามีนัดกันที่ผาหมากดูกครับ อยู่ห่างจากที่พัก 2 กม. กว่าๆ เดินประมาณครึ่งชั่วโมง

ชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหมากดูก ภูกระดึง

ที่ผาหมากดูกนี้เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกครับ อีกแห่งที่สวยกว่าคือผาหล่มสัก แต่ไกลกว่าเยอะ วันนี้เพิ่งขึ้นภูมาเหนื่อย เลยดูใกล้ๆ ไปก่อนละกัน เย็นวันนั้นพระอาทิตย์ตกให้ชมกันแบบสมใจ ไม่มีเมฆมาก ถ่ายรูปกันได้เต็มที่

อ.ภูกระดึง

เช้ามืดวันต่อมาเรามีโปรแกรมไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานางแอ่น ระยะทางก็ 2 กม. กว่า เดินครึ่งชั่วโมง ต้องมีเจ้าหน้าที่นำไปนะครับ เพราะยังมืด และอาจมีอันตรายจากสัตว์ป่า ผมเดินตามเจ้าหน้าที่ไปติดๆ เดินไปก็ส่องไฟฉายไปข้างหน้ามั่ง ข้างทางมั่ง มีเสียวนิดๆ ครับ เจ้าหน้าที่บอกว่าถึงหน้าผาให้นั่งลง ห้ามยืน เพราะลมแรง เสียงลมคล้ายๆ เสียงคลื่นริมทะเลยังไงยังงั้น มองจากหน้าผาลงไปจะเห็นแสงไฟจากตัวอำเภอภูกระดึง แรกๆ ที่ไปถึงนั้นไม่สามารถถ่ายภาพได้เลย เพราะกล้องจับโฟกัสไม่ได้ ต้องรอฟ้าสว่างอีกหน่อยจึงได้ภาพมาฝากกัน

พระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น

และแล้วเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง พระอาทิตย์แหวกม่านเมฆโชว์โฉมกลมๆ ให้เราได้ถ่ายภาพ ซึ่งต้องรีบหน่อย ไม่งั้นไม่ทันครับ เพราะพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกนั้นเร็วมาก

พระอาทิตย์ขึ้นที่ภูกระดึง

ได้เห็นภาพอย่างนี้ที่เหนื่อยกับการเดิน เหนื่อยกับการต้องตื่นเช้าก็หายเหนื่อยละครับ

นักท่องเที่ยวรอชมพระอาทิตย์ขึ้น

จำนวนนักท่องเที่ยวที่ตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นในวันนั้นมีไม่น้อย สาวๆ ใส่หมวกน่ารักๆ ซึ่งหาซื้อได้จากร้านค้า ทั้งที่ผานกเค้า ที่ทำการฯ ข้างล่าง และร้านค้าข้างบน

พระอาทิตย์ขึ้นที่ภูกระดึง

เพียงไม่นานพระอาทิตย์ก็ลอยสูงขึ้น แสงจ้าขึ้นจนไม่เหมาะแก่การถ่ายภาพ เมื่อนั้นเราก็ได้เวลากลับที่พัก

ลานวัดพระแก้ว บนภูกระดึง

ก่อนถึงที่พักมีทางแยกไปลานวัดพระแก้ว เราไปไหว้พระเพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิตกันครับ

ไหว้พระที่ภูกระดึง

ตรงลานวัดพระแก้วนี้เป็นลานหินกว้างมาก ไหว้พระแล้วก็ถ่ายรูปกันจนหนำใจ จากนั้นก็กลับที่พัก หรือใครจะเดินทางไปเที่ยวต่อเลยก็ได้

น้ำตกที่ภูกระดึง

ถ้าไปเที่ยวต่อก็มักจะเป็นเส้นทางน้ำตก ตั้งแต่น้ำตกเพ็ญพบ น้ำตกโผนพบ น้ำตกเพ็ญพบใหม่ น้ำตกวังกวาง ฯลฯ พอบ่ายแก่ๆ ค่อยมุ่งหน้าไปผาหล่มสัก ซึ่งเป็นจุดชมวิวสำคัญสำหรับการชมพระอาทิตย์ตก

ป้ายบอกทาง ภูกระดึง

ช่วงเดือนมกราอย่างนี้น้ำตกเหลือน้ำน้อยมาก ไม่สวยงามเหมือนช่วงปลายฝนต้นหนาว สำหรับกลุ่มของผมกินข้าวเช้าเสร็จก็นอนพักเอาแรงก่อน บ่ายๆ จึงค่อยมุ่งหน้าไปผาหล่มสัก ระยะทางประมาณ 9 กม. ไกลไม่ใช่เล่น

ลานพระศรีนครินทร์บนภูกระดึง

ผ่านลานพระศรีนครินทร์ ซึ่งมีพระพุทธเมตตาตั้งอยู่ แวะไหว้พระก่อนครับ

ประวัติความเป็นมา ลานพระศรีนครินทร์
ประวัติความเป็นมาขององค์พระพุทธเมตตา

ดอกบัว ภูกระดึง
มีพระก็มีดอกบัว ช่วยเพิ่มความสวยให้กับสถานที่มากขึ้น

ไหว้พระที่ภูกระดึง

ไหว้พระให้ใจชุ่มชื่นแล้วเดินทางกันต่อ ยังมีสถานที่สำคัญอีกหลายแห่งรอเราอยู่ครับ

เขตอันตรายบนภูกระดึง

ป้ายห้ามผ่านหลังบ่าย 3 ติดบอกตลอดทาง ไม่ควรฝ่าฝืนเป็นอย่างยิ่ง

น้ำตกถ้ำใหญ่ ภูกระดึง

น้ำตกถ้ำใหญ่นี้ต้องเดินเข้าไปในป่าครึ้ม แต่น้ำเหลือน้อยมาก

ใบเมเปิลแดง ภูกระดึง

ที่ตั้งใจไว้อย่างหนึ่งในการมาภูกระดึงครั้งนี้ก็คืออยากถ่ายรูปใบเมเปิลสีแดงๆ สักครั้ง เพราะที่เคยมาคราวก่อนโน้นก็ไม่เจอ เนื่องจากร่วงไปหมดแล้ว เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ได้ข่าวว่าใบเมเปิลแดงพร้อมกัน
เป็นจำนวนมาก ซึ่งนานๆ จะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นสักครั้ง เห็นรูปที่คนอื่นถ่ายมาแล้วอยากเห็นบ้าง แต่เอาเข้าจริงก็เหลือแค่ไม่กี่ใบอย่างที่เห็นในภาพด้านบนนั่นแหละครับ ออกจะแห้งๆ ไม่แดงสดเหมือนร่วงใหม่ๆ
แต่ได้เห็นแค่นี้ก็ดีใจแล้ว

ลานหิน ภูกระดึง
ลานหินสวยแปลกตามีให้ชมอยู่ทั่วไป

ลวดลายบนลานหิน
ลวดลายสีขาวกับสีเหลืองบนหินช่วยทำให้ลานหินสวยแปลกมากขึ้น

ดอกไม้ ต้นไม้บนภูกระดึง
พืชพรรณแปลกตา บางอย่างก็ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

ดอกไม้ ต้นไม้บนภูกระดึง
ถ้าชอบถ่ายรูปละก็ มาภูกระดึงแล้วรับรองว่าได้ถ่ายกันจนเมมฯ หมดไม่รู้ตัวแน่

 

สระอโนดาด ภูกระดึง

สระอโนดาด เป็นสระน้ำกว้าง ริมๆ สระมีรอยสัตว์ลงมากินน้ำ

รอยเท้าสัตว์บนภูกระดึง
รอยเท้าสัตว์นี้พบตามแหล่งน้ำ และบริเวณริมทางเดิน

ลำธาร ภูกระดึง
ตรงนี้เป็นลำธารที่ยังมีน้ำอยู่เยอะ ต้นไม้ขึ้นครึ้มร่มเย็น

ขี้ช้าง ขี้หมาป่า
ภาพล่างคือขี้ช้างป่า ส่วนภาพบนสันนิษฐานกันเอาเองว่าขี้หมาป่า

น้ำตกถ้ำสอเหนือ

มาถึงน้ำตกถ้ำสอเหนือ ยังมีน้ำไหลริน รอบๆ มีพรมสีเขียวธรรมชาติน่านั่งเล่น

กุหลาบพันปี ภูกระดึง
กุหลาบพันปี เมื่อก่อนหาดูยาก เดี๋ยวนี้ตลาดต้นไม้จตุจักรวันพุธ – พฤหัสฯ ก็มีขาย แต่มาดูต้นใหญ่ๆ แบบนี้ตื่นตาตื่นใจดีครับ ยิ่งถ้าเป็นช่วงที่ออกดอกเต็มต้นยิ่งน่าชมกว่านี้

ดอกไม้ ต้นไม้บนภูกระดึง

เดินชมวิวแปลกตาไปเรื่อยๆ 9 กิโลฯ ก็ใกล้เข้ามา ก่อนจะถึงผาหล่มสักเราก็ได้ชมภาพวิวอื่นๆ จนคุ้ม

แผนที่ภูกระดึง

แผนที่ซึ่งติดตั้งอยู่ ณ ผาหล่มสัก

ผาหล่มสัก

ระหว่างรอพระอาทิตย์ตก ถ่ายรูปกับป้ายกันพลางๆ มีป้ายใหญ่ที่ใครๆ ก็ถ่ายกัน ส่วนนี่ป้ายเล็กป้ายเก่า แต่ดูขลังดีครับ

ร้านค้าแถวผาหล่มสัก

มีร้านค้าอยู่ด้านหลัง เดี๋ยวนี้คอกาแฟดีใจได้ เพราะบนภูกระดึงมีกาแฟสดขายแล้วหลายร้าน ว่าจะลองชิมเหมือนกัน แต่ไม่รู้ทำไมกลายเป็นกินน้ำแข็งไสแทน -*-

ผาหล่มสัก ภูกระดึง

เอาละครับ มาภูกระดึงก็ต้องมาชมผาหล่มสัก ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของภูกระดึงไปแล้ว หินที่ยื่นไปนั้นเป็นมุมมหาชน มีนักท่องเที่ยวมานั่งถ่ายภาพไม่รู้กี่สิบล้านคน บางคนใจกล้าก็ไปนั่งห้อยขาให้เพื่อนถ่ายรูปให้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ผมแน่ๆ

บริเวณผาหล่มสัก
บริเวณหน้าผามีหินก้อนใหญ่ๆ วางเรียงราย มองลงไปด้านล่างชวนใจหวิวๆ

พระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก
พอเริ่มเย็นแสงอาทิตย์ก็เริ่มสวย ยังไม่รู้ว่าพระอาทิตย์จะมาให้ชมสวยมากน้อยแค่ไหน แต่ตอนนี้ขอเก็บภาพแสงก่อนละกัน

ชมพระอาทิตย์ตกที่ภูกระดึง
เมฆหนาพอสมควร แต่เห็นแสงที่ลอดผ่านเมฆแล้วก็ทำให้ใจชื้นว่าน่าจะเห็นพระอาทิตย์บ้าง

ชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก ภูกระดึง
ในที่สุดพระอาทิตย์ก็โผล่มาให้เห็น

ผาหล่มสัก ภูกระดึง
งานนี้ต้องรีบอย่างมากครับ เพราะมีช่องว่างระหว่างเมฆแค่นิดเดียว

ชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก ภูกระดึง
ช่องว่างที่ว่าทำให้เห็นพระอาทิตย์ได้ไม่เต็มดวงด้วยซ้ำ แต่ก็ยังดีที่ได้เห็น… หลังจากนั้นก็เดินมุ่งหน้าฝ่าความมืดกลับที่พักกันละครับ เส้นทางเดินกลับเป็นคนละเส้นทางกับขามา คราวนี้เราจะเดินเลียบผาต่างๆ กลับไป ส่วนระยะทางก็ใกล้เคียงกัน ถึงที่พักถ้าเหนียวตัวก็อาบน้ำก่อน รับรองได้ว่าน้ำเย็นถึงใจ เหมือนน้ำในตู้เย็นยังไงยังงั้น

อาหารบนภูกระดึง
เช้านี้เตรียมตัวเดินลงภูครับ สัมภาระต้องติดต่อบอกเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า 1 วัน เพื่อลูกหาบจะได้มารอข้างบน ก่อนลงก็กินข้าวเพิ่มพลังงานกันหน่อย อาหารแต่ละอย่างน่ากินทั้งนั้นครับ แทบจะทุกร้านด้วย และแม่ค้าก็พูดดี ใจดีทั้งนั้น ในส่วนนี้น่าประทับใจมากครับ

ราคาอาหารบนภูกระดึง
ดูราคาอาหารแล้วถือว่าเหมาะสม ขนาดเอาขึ้นมาขายบนนี้บางทียังถูกกว่าร้านที่ขายริมหาดเสียอีก ยิ่งร้านอาหารบนเกาะยิ่งไม่ต้องพูดถึง ราคาน่าช้ำใจมากๆ

กวางที่ภูกระดึง

กวางมาทักทายนักท่องเที่ยวแถวลานกางเต็นท์ เลยได้เป็นดาราหน้ากล้องทันที ตอนมาคราวก่อนเห็นแก่กว่านี้ คงเป็นตัวพ่อหรือแม่ประมาณนั้น

บริเวณลานกางเต็นท์

ได้เวลาโบกมืออำลาภูกระดึงแล้ว ขอลาไปก่อน ไม่รู้จะมีโอกาสได้ขึ้นมาเยือนอีกหรือเปล่า แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีความประทับใจกับที่นี่เสมอ

พระสนสามพันปี
สนสามพันปีต้นนี้ สมเด็จพระเทพฯ ทรงปลูกไว้

ผีตากผ้าอ้อม
ริมทางมีผีตากผ้าอ้อมให้เห็นหลายแห่ง ไม่ได้เห็นนานแล้วเหมือนกัน

ต้นเมเปิลบนภูกระดึง
เลยที่ทำการมาไม่เท่าไหร่ก็เหลือบไปเห็นต้นนี้เข้า ใบเหลืองๆ ส้มๆ แดงๆ

ต้นเมเปิล ภูกระดึง
ต้นเล็กนั่นใบแดงทั้งต้น เห็นแล้วดีใจมาก ต้นเมเปิลนั่นเอง

ใบเมเปิลหล่น ภูกระดึง

ในที่สุดก็ได้เห็นใบเมเปิลแดงสดๆ ไม่ใช่เหี่ยวแห้งแบบที่ผ่านมา ถึงจะไม่ใช่ที่น้ำตกก็เถอะ ฮ่าๆ ดีใจส่งท้าย

นกบนภูกระดึง
นกปรอทมาให้เห็นบ่อยๆ แต่เห็นไม่ชัดว่าชนิดไหน

ลูกหาบขนสัมภาระ ภูกระดึง
บริเวณหลังแป ลูกหาบใช้รถเข็นขนของมาถึงนี่ แล้วต่อจากนั้นก็หาบลงเขาไป

ลูกหาบรับจ้างขนสัมภาระ
แต่ละซำจะมีที่วางสัมภาระสำหรับลูกหาบ เหมือนบาร์คู่

ต้นไม้หลากสีที่ภูกระดึง
ใบไม้หลากสีที่ภูกระดึง

ขยะ ภูกระดึง
มาเที่ยวแล้วอย่าลืมช่วยกันอนุรักษ์ เก็บขยะทิ้งให้ถูกที่ ใครที่ขนขยะลงมาด้วยมีใบประกาศเกียรติคุณมอบให้ครับ

ภาพพาโนรามา ภูกระดึง

จบกันไปอีกหนึ่งทริป กับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างภูกระดึง หากสนใจจะไปก็ลองชวนเพื่อนๆ ดูนะครับ เวลาที่เหมาะสมน่าจะเป็นช่วงปลายปี แต่อากาศบนภูยังหนาวไปจนเดือนกุมภาพันธ์โน่นเลย
ส่วนจะหนาวมากหนาวน้อยนี่แล้วแต่ดวงครับ ต้องไปลุ้นกันเอาเอง แล้วพบกันใหม่ทริปหน้าครับ