ภาคใต้ » เขื่อนเชี่ยวหลาน อุทยานแห่งชาติเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี

เขื่อนเชี่ยวหลาน อุทยานแห่งชาติเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี

898   0

เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือ เขื่อนรัชชประภา เป็นเขื่อนที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตสร้างขึ้นเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาสก อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี

ท่าเรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน

การเดินทางไปเขื่อนเชี่ยวหลาน ถ้านำรถยนต์ไปเอง มีบริการรับฝากรถที่ท่าเรือ ถ้าไปรถประจำทาง ก็มีรถโดยสารจากสุราษฎร์ และที่อื่นๆ ไปถึงเขื่อนเลย จึงถือว่าสะดวกพอสมควร

2 วัน 1 คืน ชื่นฉ่ำใจ กับน้ำใสๆ ที่เชี่ยวหลาน
เวลาที่เหมาะสมสำหรับเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลานนั้นสามารถเลือกตามความต้องการได้เลยครับ จะไปเช้าเย็นกลับก็ยังได้ ถ้ามีเวลาเหลือเฟือจะพักสัก 2 – 3 คืนก็เข้าท่า เพราะที่พักและค่าอาหารถือว่าถูกมาก ราคาพอๆ กันทุกเจ้า ที่พักจะเป็นเรือนแพซึ่งมีทั้งของอุทยานฯ และของเอกชน แพแต่ละแห่งจะมีหลายแพ็กเกจให้เลือก แต่สำหรับทริปนี้ขอนำเสนอทริป 2 วัน 1 คืนตามที่ได้ไปมาเองก็แล้วกันนะครับ

นั่งเรือเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลาน

เราไปเริ่มกันที่ท่าเรือเลยนะครับ ท่าเรืออยู่เลยจุดชมวิวบริเวณสันเขื่อนไปหน่อยนึง บริเวณท่าเรือมีร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึก และสุขาบริการอย่างพร้อมสรรพสำหรับคุณ เจ้าหน้าที่ของแพจะมารอรับเราที่ตรงนี้ จากนั้นก็ลงเรือมุ่งหน้าไปยังแพที่พัก ซึ่งใช้เวลาเดินทางราวๆ 30 นาทีก็ถึง สำหรับแพอื่นๆ อาจนานกว่านี้เพราะอยู่ไกลกว่า แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ห่างกันมากเท่าไหร่

แพภูตะวัน เขื่อนเชี่ยวหลาน

ถึงแพที่พักแล้วก็เดินสำรวจกันก่อน แพนี้ชื่อแพภูตะวัน มีเรือให้พายเล่นฟรีๆ ห้องน้ำอยู่บนฝั่งต้องเดินไปหน่อย มีไฟฟ้าเปิดช่วง 6 โมงเย็นถึงเที่ยงคืนโดยประมาณ ส่วนที่พักซึ่งเป็นเรือนแพเล็กๆ ต่อกันนั้นพักได้หลังละ 2 คน สภาพอาจเก่าไปบ้าง เพราะรอการปรับปรุงซึ่งต้องให้ทางอุทยานฯ อนุมัติก่อนจึงจะปรับปรุงได้

เรือแคนู เขื่อนเชี่ยวหลาน

ปลาในกระชัง เขื่อนเชี่ยวหลาน

ด้านข้างครัวมีกระชังเลี้ยงปลา สีชมพูตัวเล็กหน่อยคือปลาทับทิม ส่วนตัวใหญ่ที่สุดนั้นเขาบอกว่าชื่อปลาเวียน แน่นอนว่าเขาเลี้ยงไว้เพื่อเป็นอาหารสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาพัก เพราะฉะนั้นใครซึ่งใจอ่อนก็อย่าไปมองอย่าไปสนใจมันมากนัก เดี๋ยวจะพานกินข้าวไม่ลงเอาได้

เลี้ยงปลา เขื่อนเชี่ยวหลาน


อาหาร เขื่อนเชี่ยวหลาน

สำหรับอาหารจะคิดเหมารวมอยู่แล้ว เติมได้ไม่อั้น รวมถึงน้ำเปล่า น้ำแข็ง ชา กาแฟ โอวัลติน นอกเหนือจากนั้นก็ต้องซื้อเพิ่ม หลังจากจัดการกับมื้อเที่ยงเรียบร้อยก็แยกย้ายไปพักผ่อนตามอัธยาศัย

นั่งเรือชมเขื่อนเชี่ยวหลาน

คนขับเรือนัดไว้ว่าจะพาไปชมถ้ำปะการังตอนบ่าย 2 ครึ่ง พอได้เวลาก็นั่งเรือมุ่งหน้าไปหน่วยพิทักษ์ป่าชั่วคราวห้วยถ้ำจันทร์ ทริปนี้ผมไปกัน 5 คน แต่เรือนั่งได้ 10 คน ก็เลยมีนักท่องเที่ยวอีกคณะร่วมเดินทางไปด้วยกัน

แพที่พัก เขื่อนเชี่ยวหลาน

ระหว่างทางเห็นแพเจ้าอื่นซึ่งคนขับเรือบอกว่าในแต่ละเส้นทางที่แยกไปนั้นทางอุทยานฯ จะให้มีแพ 2 เจ้าเท่านั้น

 

หน่วยพิทักษ์ป่า เขื่อนเชี่ยวหลาน

ถึงที่หมายแล้ว แต่ต้องเดินเท้าไปอีกราว 1 กม. ตรงนี้มีร้านขายน้ำอยู่ครับ จะซื้อติดมือไปไว้ก่อนก็ดี เผื่อหิวระหว่างเดินทาง หรือไปนั่งรอคิวนาน

สัตว์ เขื่อนเชี่ยวหลาน

ระหว่างทางเจอแมลงอะไรไม่ทราบ คล้ายแมลงสาบ แต่ตัวใหญ่กว่า สั้นกว่า ค่อนข้างขี้อาย ไม่ค่อยยอมอยู่นิ่งให้ถ่ายรูป

แพ 500 ไร่ เขื่อนเชี่ยวหลาน

ขึ้นเขาลงเนินเดินเรื่อยเปื่อยไปพอเหนื่อยก็มาถึงจุดที่จะนั่งแพไปชมถ้ำ ตรงนี้เดิมเป็นแพชื่อ 500 ไร่

ฝน เขื่อนเชี่ยวหลาน

เนื่องจากนักท่องเที่ยวเยอะ เลยต้องรอคิวให้นักท่องเที่ยวที่ไปกลับมาก่อน ระหว่างรอฝนก็ตกพรำนิดหน่อยให้ใจเสีย

นักท่องเที่ยว เขื่อนเชี่ยวหลาน

นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มารอคิวอยู่ก่อนลงแพไปแล้ว สังเกตดูมีพ่อลูกอ่อนคนหนึ่งแบกเป้สำหรับเด็กนั่งมาด้วย เห็นพี่เค้าพาลูกเดินตากแดดตากลมตากฝนหน้าตาเฉย เห็นแล้วอดคิดไม่ได้ เด็กไทยเราโดนพ่อแม่ประคบประหงมมากไปหรือเปล่านะ…

เหยี่ยว เขื่อนเชี่ยวหลาน

ระหว่างรอก็ถ่ายภาพเหยี่ยวที่เกาะต้นไม้กลางน้ำไปพลางๆ ต้นไม้ที่ตายอยู่กลางน้ำมีอยู่เยอะ เพราะเขื่อนเชี่ยวหลานนี้เพิ่งสร้างได้ไม่นาน

ถ้ำ เขาสก เขื่อนเชี่ยวหลาน

ถึงคิวเราแล้ว ลงแพติดเครื่องยนต์กันเลยครับ จุดหมายคือถ้ำปะการังซึ่งเห็นอยู่ไม่ไกล  แต่ไม่ได้เข้าตรงปากถ้ำที่เห็นนี้นะครับ เลยไปหน่อยจะมีทางขึ้นไปเข้าถ้ำ

เรือแพติดเครื่อง เขื่อนเชี่ยวหลาน

เอาละครับ ได้เวลาชมถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยค่อนข้างแปลกตากันแล้ว

ถ้ำปะการัง เขื่อนเชี่ยวหลาน

ตรงซอกหินนี้โปร่งแสงครับ แสงไฟทะลุผ่านได้

ถ้ำปะการัง เขื่อนเชี่ยวหลาน

ส่วนที่ชื่อว่าถ้ำปะการังนั้นคงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เพราะหินงอกหินย้อยในถ้ำนี้มีลักษณะคล้ายปะการังนั่นเอง ที่สำคัญก็คือมีหินงอกออกทางด้านข้างของผนังถ้ำด้วยครับ ไม่ใช่แค่ด้านบนหรือด้านล่างเท่านั้น

ถ้ำปะการัง เขื่อนเชี่ยวหลาน

ถ้ำมีความกว้างไม่มากนัก ชมไม่นานก็ทั่วถึง จากนั้นก็เดินทางกลับที่พัก ระหว่างทางเจอฝนตกนิดหน่อย เรื่องฝนตกนั้นเป็นธรรมดาของที่นี่ครับ ตกบ่อยมาก

พายเรือฟรี เขื่อนเชี่ยวหลาน

ถึงที่พักใครจะลงเล่นน้ำ หรือจะพายเรือแคนูเล่นก็ตามสะดวก แต่ระดับความลึกของน้ำนั้นลึกถึง 30 เมตร! ถ้าไม่มั่นใจก็ใส่เสื้อชูชีพซึ่งมีให้ยืมใส่ได้ฟรี

นกเงือก เขื่อนเชี่ยวหลาน

กิจกรรมของวันนี้ยังไม่หมดครับ ราวสองทุ่มคนขับเรือพาไปนั่งเรือรับลมชมวิวยามค่ำคืน พร้อมกับส่องสัตว์ที่ออกมาหากินกลางคืนด้วย คืนนั้นเห็นแต่ลิง 2 – 3 ตัว  แต่ไฮไลต์น่าจะเป็นนกเงือก ซึ่งนอนกันอยู่บนต้นไม้เป็นฝูงๆ เห็นว่ามีมากกว่า 30 ตัว คนขับเรือจะเอาสปอตไลท์ส่องผ่านๆ ให้เราได้เห็นนกเงือกที่นอนอยู่ แม้จะไม่ชัดเจนแต่ก็ตื่นตาตื่นใจ สังเกตว่าเขาจะไม่ส่องนานๆ เพราะจะเป็นการรบกวนนกเกินไป ส่วนช่วงเย็นซึ่งนกบินกลับมายังต้นไม้ที่พวกมันนอนนั้นจะห้ามไปรบกวนมันเด็ดขาด เพราะจะทำให้นกตื่นตกใจและหนีไปได้…

ยามเช้า เขื่อนเชี่ยวหลาน

จบทริปส่องสัตว์ก็กลับไปนอน มีนัดกันอีกที 6 โมงครึ่ง จะนั่งเรือไปชมพระอาทิตย์ขึ้น และไปชมเขาสามเกลอกันครับ

พระอาทิตย์ขึ้นที่เขื่อนเชี่ยวหลาน

เช้าวันรุ่งขึ้น นั่งเรือไปยังไม่ทันถึงเขาสามเกลอพระอาทิตย์ก็โผล่พ้นสูงแล้ว

นก เขื่อนเชี่ยวหลาน

ฝูงนกบินอยู่ไกลๆ ไม่รู้ว่าเป็นนกเจ้าถิ่นบินออกหาอาหารหรือว่าเป็นนกนักท่องเที่ยวจากที่อื่นชวนกันมาชมวิวเขื่อนเชี่ยวหลาน…

เขาหินปูน เขื่อนเชี่ยวหลาน

เห็นรอยคราบน้ำที่เขาสูงกว่าระดับน้ำตอนนี้มาก แสดงว่าหน้าฝนน้ำคงเยอะมากกว่านี้มากๆ
ภูเขาแถวนี้เป็นภูเขาหินปูน มีลักษณะสูงชันเป็นแท่งๆ คล้ายที่กุ้ยหลินเมืองจีน เลยทำให้เขื่อนเชี่ยวหลานได้รับฉายาว่ากุ้ยหลินเมืองไทย แต่เห็นว่าของเราสวยกว่าเยอะ

เขาสามเกลอ กุ้ยหลินเมืองไทย

มาถึงแล้วครับ จุดหมายสำคัญของเช้านี้… เขาสามเกลอ ซึ่งเป็นเขาเล็กๆ 3 ลูกเรียงกัน

เขาสามเกลอ เขื่อนเชี่ยวหลาน

เรือแล่นผ่านซอกเขาไปอีกด้าน ซึ่งจะเห็นความงามแปลกตาของเขาสามเกลอได้ชัดกว่า แต่แสงเข้าด้านหลัง เลยถ่ายรูปยาก…

ที่พัก เขื่อนเชี่ยวหลาน

จากเขาสามเกลอก็ไปแวะชมที่พักของอุทยานฯ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กันบ้าง ที่เขื่อนเชี่ยวหลานนี้จะมีที่พักของอุทยานอยู่หลายที่ครับ เป็นแพเช่นเดียวกัน จากที่เห็นตรงนี้สภาพจะใหม่และแข็งแรงกว่า ห้องน้ำห้องส้วมก็ดูสะดวกสบายกว่า แต่ถ้าจะเล่นน้ำคงไม่สะดวกนัก เพราะมีปลาเยอะมากๆ รู้สึกว่าจะเป็นปลาตะเพียน

ปลาที่เขื่อนเชี่ยวหลาน

เยอะขนาดไหนดูกันเองเองครับ มีอาหารปลาจำหน่ายด้วย แวะให้อาหารปลากันสักครู่ อยู่นานไม่ได้เพราะมีอาหารเข้ารออยู่ครับ

ภูเขาหินปูน เขื่อนเชี่ยวหลาน

ที่เขื่อนเชี่ยวหลานมีเมฆเยอะมาก ส่วนหมอกก็มีให้เห็นทั่วไป ยิ่งถ้ามีฝนตกก็ยิ่งมีหมอกลอยอ้อยอิ่งขึ้นมาจากจุดต่างๆ เป็นการชมหมอกที่สวยไปอีกแบบ

หมอกที่เขื่อนเชี่ยวหลาน

เมฆที่นี่บางก้อนลอยต่ำมาก บางก้อนขาวคล้ายก้อนสำลีลอยอยู่เหมือนไม่ไกล บางทีก็แยกไม่ออกว่าไหนหมอกไหนเมฆ แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็สวยทั้งนั้นครับ

น้ำที่เขื่อนเชี่ยวหลาน

ในส่วนของน้ำนั้นก็ใสมาก แต่เพราะมีสาหร่ายอยู่ใต้น้ำด้านล่างเป็นจำนวนมาก นั่นจึงทำให้มองเห็นน้ำใสๆ เป็นสีเขียวเข้ม คล้ายๆ ที่ทะเลใน หมู่เกาะอ่างทอง อย่างไงอย่างงั้น

หลายคนเห็นสภาพภูมิประเทศของเขื่อนเชี่ยวหลานแล้วนึกว่าเป็นทะเล ก็ขอยืนยันว่าเป็นน้ำจืดแน่นอนครับ มีปลาน้ำจืดจำนวนมาก แม้แต่บริเวณแพก็มีฝูงปลาขนาดใหญ่พอสมควรว่ายไปมาให้เห็น ถือเป็นแหล่งปลาน้ำจืดที่น่าสนใจอีกแห่ง คนขับเรือเล่าว่าที่นี่มีปลาบึกด้วย ปลาบึกที่เขื่อนเชี่ยวหลานโตเร็วกว่าปลาบึกที่แม่น้ำโขงหลายเท่า เพราะอาหารอุดมสมบูรณ์กว่า อาหารของปลาบึกก็คือเจ้าสาหร่ายตัวต้นเหตุที่ทำให้น้ำดูมีสีเขียวนั่นเอง

แต่ปลาบึกที่นี่ไม่สามารถขยายพันธุ์เองตามธรรมชาติได้ ดังนั้นจึงมีกฎว่าชาวบ้านที่ทำประมงจับปลาขายในเขื่อนเชี่ยวหลาน หากจับปลาบึกได้ จะต้องปล่อยลูกปลาบึกทดแทนด้วยจำนวนหนึ่ง ก็เป็นการบริหารการจับปลาที่เข้าท่ามากครับ

ถึงที่พักกินข้าวเช้าซึ่งมีให้เลือกหลายอย่าง ทั้งผัดหมี่ ข้าวผัด ข้าวต้ม ขนมปัง ฯลฯ กินได้ไม่อั้นเช่นเคยครับ เสร็จแล้วก็พักผ่อน จากนั้นก็เก็บข้าวเก็บของลงกระเป๋าเตรียมเดินทางกลับ

หมอกที่เขื่อนเชี่ยวหลาน

น้ำบริเวณแพที่พักยามสาย หมอกลอยเรี่ยผิวน้ำเป็นระลอก ทำให้นึกไปถึงปางอุ๋งขึ้นมาทีเดียว ส่วนตามภูเขาก็เห็นหมอกลอยขึ้นเป็นกลุ่มก้อนหลายบริเวณ

เรือที่เขื่อนเชี่ยวหลาน

เรือลำนี้ละครับที่คอยรับคอยส่งตลอดทริปนี้ เป็นเรือขนาดใหญ่พอสมควร นั่งสบาย ขึ้นลงก็ไม่ลำบากอะไรมาก

ท่าเรือเขื่อนเชี่ยวหลาน

สำหรับคนที่มีเวลามากกว่านี้ก็ยังมีที่ท่องเที่ยวอื่นๆ และกิจกรรมสนุกๆ อีกหลายอย่างให้ทำ เช่นเดินป่าไปชมดอกบัวผุด เที่ยวถ้ำ เที่ยวน้ำตก ดำน้ำ ฯลฯ แต่สำหรับผมคงต้องขอจบทริปชมเขื่อนเชี่ยวหลานแต่เพียงเท่านี้ แล้วพบกันใหม่ทริปต่อไปครับ