ศาสนสถาน » หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ วัดสี่ร้อย จ.อ่างทอง

หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ วัดสี่ร้อย จ.อ่างทอง

652   0

หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปางป่าลิไลย์ วัดสี่ร้อย จ.อ่างทอง

“วัดสี่ร้อย” แค่ชื่อก็แปลกสะดุดหูสะดุดตาแล้ว แต่ถ้าแวะเข้าไปชมภายในวัด จะพบพระพุทธรูปปางแปลกตาอีกด้วย ก่อนอื่นมาดูประวัติของวัดสี่ร้อยกันก่อน คัดมาจากป้ายประวัติของวัดครับ

ประวัติวัดสี่ร้อย
วัดสี่ร้อย ตั้งอยู่หมู่ที่ 4/41 ตำบลสี่ร้อย อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง
สร้างขึ้นเป็นวัด ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2304  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2452

ประวัติวัดสี่ร้อย เมื่อปี พ.ศ. 2302 พระเจ้าอลองพระยากษัตริย์พม่า ให้มังระ และ มังฆ้องนรธา พระราชบุตร ยกกองทัพพม่ามาตีเมืองตะนาวศรี และ เมืองมะริดของไทย ซึ่งอยู่ในความปกครองของกรุงศรีอยุธยา เหตุการณ์ครั้งนั้น ขุนรองปลัดชู กรมการเมืองวิเศษชัยชาญ จึงได้รวบรวมผู้กล้าชาวเมืองวิเศษไชยชาญจำนวน 400 คน เข้าสมทบกองทัพของพระยารัตนาธิเบศร์ รวมเป็นกองอาทมาต

ขุนรองปลัดชูได้รับคำสั่งให้ไปตั้งสกัดทัพพม่าในเขตท้องที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ณ อ่าวหว้าขาว ตั้งอยู่เหนือที่ว่าการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พม่ายกกองทัพเข้ามา ขุนรองปลัดชูจึงควบคุมทหารเข้าโจมตีด้วยอาวุธสั้น ถึงเข้าประชิดตัวตะลุมบอนกันได้ปะทะกับมังระและมังฆ้อง ราชบุตรของอะลองพระยาซึ่งเป็นกองทัพหน้า การต่อสู้เป็นระยะเวลา 1 คืน ถึงเที่ยงวันรุ่งขึ้น แต่ก็ไม่สามารถเอาชัยชนะกองทัพพม่าที่หนุนเนื่องกันมาอย่างไม่ขาดเข้าสู้รบ แม้ว่าทหารของเราจะน้อยกว่า แต่ก็สู้รบฆ่าฟันทหารพม่าล้มตายเป็นจำนวนมาก ด้วยกำลังพลที่น้อยกว่า  ในที่สุดก็ถูกพม่าไล่โจมตีแตกพ่ายยับเยิน ขุนรองปลัดชู พร้อมด้วยชาวแขวงเมืองวิเศษชัยชาญ จำนวน 400 คน จึงพลีชีพบนผืนแผ่นดินไทย ณ สมรภูมิหาดหว้าขาว ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ชาวเมืองวิเศษชัยชาญเมื่อทราบข่าว ต่างก็เศร้าเสียใจ จึงได้แต่ภาวนาขอบุญกุศลที่ได้สร้างสมไว้จงเป็นปัจจัยส่งผลให้ดวงวิญญาณของทหารหาญกล้าได้ไปสู่สุคติในสัมปรายภพด้วยเทอญ เมื่อ พ.ศ.2314 ประชาชนได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างวัดขึ้นเป็นที่ระลึก เป็นอนุสรณ์สถานแก่อนุชนรุ่นหลังของชาวแขวงเมืองวิเศษชัยชาญ เพื่อเป็นการย้ำเตือนความทรงจำให้ระลึกถึงบรรพบุรุษที่พลีชีพเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย โดยให้ชื่อว่า “วัดสี่ร้อย” จนถึงปัจจุบันนี้ และได้สร้างเจดีย์ไว้เป็นที่ระลึกรวบรวมดวงวิญญาณ ของชาวเมืองวิเศษชัยชาญที่พลีชีพในการสู้รบครั้งนั้นที่เสียชีวิตจำนวน 400 คนเป็นที่เคารพบูชาแก่ชนรุ่นหลัง

เจดีย์วีรชนกองอาทมาต ขุนรองปลัดชูและทหารกล้า 400 คน

ประวัติพระพุทธรูป
ปางป่าลิไลย์ (หลวงพ่อใหญ่)
พระปลัดบุญ เจ้าอาวาสวัดสี่ร้อย หลวงพ่อปั้น เจ้าอาวาสวัดพิกุล อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับการสนับสนุนจากชาวบ้านได้ร่วมกันก่อสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางป่าลิไลย์ เพื่อให้ชาวบ้านกราบไหว้บูชา เริ่มดำเนินการก่อสร้างปี พ.ศ. 2456 ถึง พ.ศ. 2471 เป็นเวลา 15 ปี ทำพิธีพุทธาภิเษก ยกรัศมีเบิกพระเนตรติดอุณาโลม พ.ศ. 2475 รวมการก่อสร้างแล้วเสร็จ 19 ปี

 

 วัดสี่ร้อย พระพุทธรูปปางป่าเลไลย์

สำหรับพระพุทธรูปหลวงพ่อใหญ่ (บางคนก็เรียกหลวงพ่อโต) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ คำว่าปาลิไลยก์ มาจากภาษาบาลี ปาลิเลยยกะ หมายถึงชื่อป่าแห่งหนึ่งที่พระพุทธเจ้าเสด็จอาศัยอยู่ และเป็นชื่อช้างซึ่งอยู่ในที่นั้นด้วย มักเขียนผิดเป็นอย่างอื่น เช่น ป่าลิไลย์, ป่าเลไลย์ เป็นพระประจำวันของผู้ที่เกิดวันพุธกลางคืน

ที่พระพุทธเจ้าต้องเสด็จไปอยู่ในป่าก็เพราะทรงเบื่อหน่ายกับเหล่าพระสงฆ์ซึ่งแบ่งฝ่ายทะเลาะกัน พระองค์จึงเสด็จไปอยู่ในป่าเพียงลำพัง โดยมีช้างและลิงคอยปรนนิบัติ พระพุทธรูปปางนี้จึงมีรูปช้างกับลิงอยู่ด้วย พระหัตถ์ขวาที่หงายนั้นเป็นการหงายรับกระบอกน้ำที่ช้างนำมาถวาย ส่วนพระหัตถ์ซ้ายคว่ำลง เป็นการปฏิเสธรวงผึ้งที่ลิงนำมาถวายในตอนแรก เพราะยังมีตัวอ่อนอยู่ ครั้นลิงนำตัวอ่อนผึ้งออกแล้วจึงค่อยรับในภายหลัง

ลิง สัญลักษณ์หนึ่งของพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์

วัดสี่ร้อย อาจจะเป็นวัดเล็กๆ แต่ก็มีที่มาจากประวัติศาสตร์ชาติไทยเรา ถ้ามีโอกาสก็แวะไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับเหล่าบรรพชนที่สละชีวิตรักษาชาติ ชมพระพุทธรูปที่มีเอกลักษณ์ในด้านศิลปะ และมีความเป็นมาที่น่าสนใจไม่น้อย ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงก็มีอีกเยอะเลยครับ

วัดสี่ร้อย